แมนฯ ยูไนเต็ด

แมนฯ ยูไนเต็ด หุ้นตก 47% แต่ยอดหนี้เพิ่ม 12% แตะ 500 ล้านปอนด์!

            แมนฯ ยูไนเต็ด ยอดทีมของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ อาจกำลังเผชิญสถานการณ์ขั้นเลวร้าย หลังราคาหุ้นตกลงมาเหลือ 11 ดอลลาร์ ทั้ง ๆ ที่เมื่อ 12 เดือนก่อนยังมีราคาแตะ 20 ดอลลาร์ หรือพูดง่าย ๆ ว่าราคาดิ่งลงถึง 47 เปอร์เซ็น แถมนับตั้งแต่ที่ตระกูล “เกลเซอร์” เข้ามากุมบังเหียนสโมสรรวมระยะเวลากว่า 16 ปี ราคาหุ้นตกลงมากถึง 21 เปอร์เซ็น ทำให้มูลค่าทีมลดลงอย่างน่าใจหายเหลือเพียง 1,300 ล้านปอนด์เท่านั้น

แมนฯ ยูไนเต็ด

แมนฯ ยูไนเต็ด มีหนี้เพิ่ม 12 เปอร์เซ็น รวมกว่า 500 ล้านปอนด์

            แมนเชสเตอร์ อีฟนิ่ง นิวส์ เปิดเผยว่า แมนฯยูไนเต็ด ภายใต้การกุมบังเหียนของมหาเศรษฐีตระกูล “เกลเซอร์” กำลังตกอยู่ในสถานการณ์สุดเลวร้าย หลังราคาหุ้นของทีมเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน ที่ผ่านมา ตกลงมาเหลือ 11.07 ดอลลาร์ หรือประมาณ 390 บาท ข่าวบอลไทยลีกเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้วมันมีราคาถึง 15.66 ดอลลาร์ หรือราว 550 บาท และเมื่อเทียบกับช่วงเดือนกันยายน ปี 2021 มีราคาถึง 20.74 ดอลลาร์ หรือราว 730 บาท พูดง่าย ๆ ว่าราคาหุ้น “ผีแดง” ตกลงมากถึง 47 เปอร์เซ็น ส่งผลให้มูลค่าทีมลดลงเหลือเพียง 1,300 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 55,800 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ย่ำแย่ที่สุดในรอบหลายปีของสโมสร

แมนฯ ยูไนเต็ด

            นอกจากนี้ นับตั้งแต่ที่ตระกูล เกลเซอร์ เข้ามานั่งเก้าอี้บริหาร แมนฯยูไนเต็ด นานกว่า 16 ปี ราคาหุ้นของทัพ “ปีศาจแดง” ตกลงไปถึง 21 เปอร์เซ็น แถมหนี้สินของสโมสรก็เพิ่มขึ้นอีก 12 เปอร์เซ็น เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โดยมีหนี้สินรวมกว่า 495.7 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 21,280 ล้านบาท แต่คนในตระกูล เกลเซอร์ กลับหอบเอาเงินปันผลกลับแผ่นดินสหรัฐฯ แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยแทบทุกเดือน อย่างเช่น เดือนมกราคม ที่ผ่านมา คนตระกูล เกลเซอร์ แบ่งเงินปันผลรวมเกือบ 11 ล้านปอนด์ หรือราว 470 ล้านบาท โดยไม่เหลือตกถึงสโมสรเลยด้วยซ้ำ

แมนฯ ยูไนเต็ด

            ทั้งนี้ เป็นที่เข้าใจกันว่า “เอริก เทน ฮาก” เทรนเนอร์ป้ายแดงของ แมนฯยูไนเต็ดจะต้องขายนักเตะหลายรายออกไป เพื่อหาเงินมาใช้ซื้อนักเตะใหม่ เนื่องจากได้รับงบเสริมทัพช่วงซัมเมอร์เพียงแค่ 100 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 4,220 ล้านบาทเท่านั้น