โคลเตสคู

ในเกมการแข่งขันเมื่อวันอังคารที่ 8 ธันวาคมที่ผ่านมา ในศึกยูฟ่า แชมป์เปี้ยน ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มเอช นัดสุดท้าย เป็นการพบเจอกับ 2 ทีมดัง เปแอสเช และทีม อิสตันบูล บาซัคเซเฮียร์ เกมการแข่งขันในนัดนี้ไม่สามารถดำเนินการแข่งได้จนจบเกมเพราะดันไปเกิดเหตุความวุ่นวายหลังจากที่เชิ้ตดำคนที่ 4 เซบาสเตียน โคลเตสคู ดันไปพูดจาไม่เข้าหูผู้ช่วยโค้ชทีมที่ยืนอยู่ข้างสนามด้วยวาจาลักษณะเชิงเหยียดผิว ล่าสุดบทสรุปมีความเป็นไปได้สูงที่เชิ้ตดำรายนี้อาจจะโดนโทษแบนถึง 10 เกม “เซบาสเตียน โคลเตสคู” กรรมการตัดสินคนที่ 4 ชาวโรมาเนีย กลายเป็นที่รู้จักบนโลกโซเชียลในเวลานี้ไปทันที หลังจากที่ก่อประเด็นฉาวที่ข้างสนามหลังจากได้เอ่ยคำสบถออกมาในเชิงเหยียดผิวใส่ผู้ช่วยโค้ช ซึ่งเรื่องนี้เหมือนจะไม่จบกันง่าย ๆ เพราะเกมการแข่งขันจะต้องยุติลงทันที เพราะบรรดาเหล่านักเตะทั้งสองทีมไม่ยินดีกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและขอที่จะไม่ทำการเล่นต่อไป ทำให้เกมการแข่งขันต้องถูกเลื่อนมาในวันที่ 9 ธันวาคม ความเคลื่อนไหวล่าสุดเชิ้ตดำตัวปัญหาได้ออกมากล่าวแสดงความเสียใจรวมถึงบทลงโทษที่เขาจะได้รับอาจจะได้รับโทษแบนจากสนามสูงสุดถึง 10 เกมด้วยกัน  “สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้ผมยอมรับว่ามันเป็นเรื่องราวที่เลวร้ายที่สุดในชีวิต และผมก็ไม่ได้มีเจตนาที่จะเหยียดผิวใครทั้งนั้น ผมทำงานในตรงนี้เราเจอนักเตะมามากมายหลายเชื้อชาติดังนั้นไม่มีความจำเป็นที่ผมจะต้องทำร้ายใคร สิ่งที่ดีที่สุดในตอนนี้แค่เพียงผมต้องติดหูและปิดตาไม่เลือกที่จะเข้าไปอ่านข่าว ผมหวังว่าทุกคนจะเข้าใจและให้โอกาสกับความผิดพลาดที่ผมไม่ได้ตั้งใจทำ” เซบาสเตียน โคลเตสคู กล่าว สามารถติดตามข่าวสารเรื่องราว ฟุตบอลนอกประเทศContinue Reading

ผู้ตัดสิน ฟุคบอลไทย

        นับตั้งแต่ฟุตบอลไทยลีกเริ่มเติบโตจนมีผู้ชมทั้งในสนามและจากทางบ้าน ทำให้มาตรฐานต่างๆ เพิ่มสูงขึ้นหลายด้าน ทั้งฝ่ายจัด สโมสร โค้ช นักกีฬา และ ผู้ตัดสิน ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมามาตรฐานของผู้ตัดสินถูกตั้งคำถามมาโดยตลอด ถึงการทำหน้าที่ไม่เที่ยงตรง ไม่มีมาตรฐานและไม่ทันเกม หลายครั้งจึงทำให้เกิดความรุนแรงต่อผู้ตัดสิน ทั้งการทำร้าย รุมล้อม และลอบยิง   การจะบ่งชี้ว่า “ผู้ตัดสิน” ไทยนั้นมีคุณภาพหรือไม่ จะต้องแบ่งออกเป็น 2 ช่วง         คือช่วงก่อนและหลังการมี VAR ซึ่งในช่วงที่ฟุตบอลไทยลีกยังไม่มีเทคโนโลยีนี้เข้ามา ต้องยอมรับว่าการผิดพลาดโดยสุจริตมี แต่การตัดสินผิดพลาด ที่ไม่น่าจะผิดพลาด หรือจงใจเสมือนล็อคผลการแข่งขันกลับเกิดขึ้นบ่อยครั้ง อีกทั้งการจะสืบทราบให้พบข้อเท็จจริงก็ค่อนข้างยาก เนื่องจากไม่มีหลักฐานที่ชัดเจน ส่งผลให้สมาคมฟุตบอลต้องตัดสินบทลงโทษต่อกรรมการที่ลงทำหน้าที่จากจังหวะที่เป็นปัญหา ว่ามีผลกระทบต่อเกมมากขนาดไหน นั่นจึงทำให้แฟนฟุตบอล ต่างไม่เชื่อถือต่อการทำหน้าที่ของผู้ตัดสินมาโดยตลอด แต่หากเมื่อใดที่การเชิญผู้ตัดสินไทยไปทำหน้าที่ยังต่างประเทศ หรือในการแข่งขันระดับนานาชาติ ผู้ตัดสินไทยกลับได้การยอมรับ นี่จึงอาจสื่อให้เห็นว่ามีผู้ตัดสินบางกลุ่มที่จงใจตัดสินให้ผิดพลาดเพื่อประโยชน์บางอย่าง ฟุตบอลไทยลีกปี 2018 เริ่มมีการนำเทคโนโลยีภาพช้า VAR เข้ามาช่วยตัดสิน โดยนำร่องก่อนในเกมฟุตบอลถ้วย ปรากฏว่าผลตอบรับจากแฟนบอลเป็นไปในทางบวก ก่อนที่ปีContinue Reading