อุ้ม ธีราทร

จากเกมการแข่งขันฟุตบอลในศึกเจลีกของญี่ปุ่น ที่โยโกฮาม่าเอฟมารินอสที่ “อุ้ม ธีราทร” นักเตะแบ็คซ้ายจอมปีศาจทีมชาติไทย ได้ลงทำการแข่งขันกับทีมที่มีคนไทยเป็นดาวเด่นเช่นกันอย่าง เจ ชนาธิป แห่งทีมนกฮูกตาโต ซัปโปโร โดยผลการแข่งขันในนัดนี้ทำให้ทุกคนต้องตะลึงเพราะ ทีมอันดับ 4 จากฤดูการที่แล้วสามารถเอาชนะทีมแชมป์เจลีกอย่างโยโกฮามาเอฟมารินอสไปได้ ถึง 3-1 และนั่นก็ยังเป็นที่พูดถึงของเหล่าแฟนบอล เพราะต่างพากันแปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับทีมอดีตแชมป์                 โดยเกมนี้คนที่ถูกจับตามมองมากที่สุดว่าจะเป็นความหวังของทีม และเขาเองก็ไม่เคยฟอร์มตกถึงขนาดนี้มาก่อนตั้งแต่ที่ฟอร์มพุ่งขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ช่วงครึ่งแรกที่อุ้ม ธีราทร ลงเล่น แฟนบอลก็เริ่มสังเกตเห็นได้ว่าเขาเริ่มมีอาการแปลก ทั้งความผิดพลาดที่ไม่น่าจะเกิดก็มีให้เห็น การวิ่งไล่บอลที่น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด รวมทั้งความผิดพลาดในฝั่งของเองนี่แหละ ที่เป็นเหตุให้ต้องเสียประตูอยู่หลายครั้งในเกมนี้ เมื่อคู่แข่งเห็นว่าจอมปีศาจแห่งวงการฟุตบอลไทยได้เกิดความผิดปกติบางอย่าง เขาจึงถาโถมโจมตีอย่างหนังในฝั่งนั้น เปลี่ยน “อุ้ม ธีราทร” ที่เป็นผู้เล่นหลักของทีมออก                 เมื่อโค้ชได้เล็งเห็นความผิดพลาดที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ทำให้เขาจำใจต้องเปลี่ยนอุ้ม ธีราทรที่เป็นผู้เล่นหลักของทีมออกตั้งแต่ช่วงครึ่งแรก และเมื่อเกมการแข่งขันจบลง เราจึงรู้ความจริงกันว่า อุ้ม ธีราทร ได้รับบาดเจ็บตั้งแต่เกมการแข่งขันก่อนหน้านี้ ที่เจ็บหนักถึงขั้นทำให้เท้ามีแผลฉีก แต่นัดนี้เขาจำเป็นต้องฝืนลงเล่น จึงทำให้แผลนั้นฉีกซ้ำหนักกว่าเดิมจนต้องเย็บถึง 8 เข็ม โดยสาเหตุนี้Continue Reading

ฟุตบอล

            ช่วงเวลาที่แฟนๆลูกหนังห่างหายจากวงการ ฟุตบอล การแข่งขัน การรับชม หรือสีสันการเชียร์ถูกตัดขาด เนื่องด้วยสถานการณ์โรคระบาดที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ นี่คือการขาดหายไปของฟุตบอลที่ยาวนานตั้งแต่ที่จำความได้             ซัมเมอร์ที่ผ่านมา ฟุตบอลหายไม่เกินเดือน ก็จะมีการดวลแข้งนัดอุ่นเครื่อง ให้แฟนๆได้ติดตาม เป็นการซ้อมให้แฟนๆ ได้เห็นฟอร์มทีมจากนักเตะหน้าใหม่ แผนการเล่นใหม่ๆ และความหวังใหม่ๆ ในฤดูกาลถัดไปที่กำลังจะมาถึง ซึ่งพอเกิดสถานการณ์แบบนี้เกิดขึ้นมา ทำให้การแข่งขันว่างเว้นไปถึง 3 เดือน ขนาดเราเป็นแค่กองเชียร์ เป็นแค่แฟนบอล ยังรู้สึกเหงาและว้าเหว่ขนาดนี้ แล้วลองนึกถึงสภาพจิตใจของนักเตะ นักฟุตบอลอาชีพสิ…..จะเหงาและหดหู่ขนาดไหน จะต้องเก็บตัวกักตัวอยู่ในบ้าน วันๆผ่านไปทำได้แค่เพียงวอร์ม เดาะบอลเล่นอยู่ภายในบ้าน ซ้อมเพียงลำพังเท่านั้น เห็นจะมีดีอยู่เพียงข้อเดียวคือได้อยู่กับครอบครัว แต่อย่างไรก็ตามคนที่เล่นฟุตบอลมายังไงก็นึกถึงสนาม นึกถึงการแข่งขัน นึกถึงเสียงเชียร์เสียงปลุกเร้าจากแฟนบอล ฟุตบอล กลับมาเตะกันอีกครั้ง             วันนี้ ฟุตบอล กลับมาเตะกันอีกครั้ง แม้จะถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า กร่อย ไร้บรรยากาศ ไร้สีสัน โน่น นี่ นั่นมากมาย แต่ก็ยังดีกว่าไม่มี ซึ่งโดยส่วนตัวนั้นContinue Reading