Dani Carvajal

                เป็นข่าวร้ายซ้ำอีกครั้ง สำหรับทางรีลมาดริดหลังจากกองหลังฝั่งขวาของพวกเขาอย่าง Dani Carvajal ได้รับอาการบาดเจ็บเพิ่มอีกคนจากปัญหาที่โคนขาหนีบ ซึ่งทำให้ Zinedine Zidane จะไม่สามารถลงเขาลงสนามในเกมสำคัญประจำรายการยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกที่เจอกับเชลซีช่วงกลางสัปดาห์ได้อีกด้วย โดยดาวเตะทีมชาติสเปนคนนี้ได้ถูกเปลี่ยนตัวออกในนาทีที่ 77  จากเกมเลกแรกที่เจอกับสิงโตน้ำเงินครามก่อนที่ผลการตรวจจากทีมแพทย์จะออกมายืนยันว่า Carvajal น่าจะหมดโอกาสลงสนามไปจนจบฤดูกาลนี้แล้ว “Dani Carvajal” ได้รับอาการบาดเจ็บเป็นครั้งที่ 5                 สิ่งที่น่าตกใจสำหรับกองหลังของรีลมาดริดคนนี้ก็คือ Dani Carvajal ได้รับอาการบาดเจ็บเป็นครั้งที่ห้านับตั้งแต่เดือนกันยายนที่ผ่านมา รวมถึงยังเป็นอาการเกี่ยวกับกล้ามเนื้อถึงสี่ครั้งด้วยกัน ก่อนที่ทางสโมสรจะออกมาประกาศอย่างเป็นทางการว่า กองหลังของพวกเขาจะต้องพักรักษาตัวอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเจ้าตัวเป็นหนึ่งในนักเตะที่ต้องพลาดการลงสนามไปหลายเกมในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาที่เอ็นหลังหัวเข่าและต้องรักษาตัวไปแปดแมตช์ช่วงเดือนตุลาคม ก่อนที่จะมีอาการที่กล้ามเนื้อจนทำให้ต้องพลาดการลงสนามอีก 10 เกมยาวจนถึงเดือนมกราคม                 หลังจากที่กองหลังฝั่งขวาหายดีและได้ลงสนามในเดือนเมษายน หลังจากที่พลาดการลงสนามให้รีลมาดริดถึง 12 เกมนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ก่อนที่จะได้ลงสนามกับคาดิซ รีลเบติสและเชลซี แต่สุดท้ายก็ต้องกลับไปอย่กับทีมแพทย์อีกครั้งหนึ่งอย่างน่าเสียดาย ปัญหาของราชันย์ชุดขาวกับ Zidane ตอนนี้ก็คือกองหลังอีกคนอย่าง Lucas Vazquez ก็ได้รับอาการบาดเจ็บที่หาเข่าจนต้องปิดฤดูกาลไปก่อนใครแล้วนั่นเอง จนทำให้พวกเขาต้องใช้บริการของ Alvaro Odriozola ในเกมหน้าไปก่อนContinue Reading

รีลมาดริด

                ต้องเสียนักเตะไปอีกคนแล้วสำหรับทาง รีลมาดริด เมื่อกองกลางดาวรุ่งของทีมอย่าง Federico Valverde เกิดไปเจอกับคนที่ติดไวรัสโควิดจนกระทั่งต้องทำการกักตัวไปอย่างไม่มีข้อหลีกเลี่ยง ซึ่งนักเตะชาวอุรุกวัยคนนี้เพิ่งจะหายจากอาการบาดเจ็บที่โค่นขาหนีบมาไม่นาน แต่สุดท้ายด็ต้องอดลงสนามให้กับต้นสังกัดไปอีกครั้งหนึ่ง แม้ว่าผลการตรวจของเขาตอนนี้ได้รับเชื้อมาเป็นลบก็ตามและคงจะต้องพลาดเกมช่วงท้ายฤดูกาลไปอีกหลายเกมเลยทีเดียว ทาง “รีลมาดริด” นั้นได้ออกมาประกาศสำคัญในวันที่ 17 เมษายน                 Federico Valverde จำเป็นต้องกักตัวไปก่อนระยะเวลาหนึ่ง หลังจากที่บังคับไปใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อไวรัสโควิดในช่วงเวลาก่อนหน้านี้ แม้ว่าผลตรวจของเขาจะยังไม่เจอเชื้อก็ตาม แต่ทว่าเจ้าตัวจะอดลงเล่นในเกมที่เจอกับเกตาเฟ่เป็นที่แน่นอนแล้ว นอกจากนี้ยังน่าจะพลาดเกมสำคัญอย่างฟุตบอลยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกรอบรองชนะเลิศที่พวกเขาต้องเจอกับเชลซีในเกมแรก ก่อนที่จะต้องเว้นการลงสนามในลาลีกาไปจนกว่าจะสิ้นเดือนเมษายนนั่นเอง                 การขาดหายไปของนักเตะในทีมช่วงที่รีลมาดริดจะต้องตีตื้นกับแอตแลนติกโก้มาดริดเพื่อนบ้านร่วมเมืองที่กำลังเป็นจ่าฝูงอยู่ก็น่าจะทำให้งานตัวเองยากกว่าเดิมเป็นอย่างมาก โดยทางแชมป์ลาลีกาเมื่อปีที่แล้วเพิ่งจะกลับมาคืนฟอร์มแกร่งจนสามารถไล่บี้ทีมตราหมีจนเหลือเพียงแต้มเดียวเท่านั้น แต่ทว่าพวกเขาทั้งคู่ก็ยังมีบาร์เซโลน่าตามมาอย่างติด ๆ เพียงสองคะแนนจากจ่าฝูงเท่านั้น ซึ่งน่าจะทำให้การแข่งขันของพวกเขาเข้มข้นอย่างมาก แม้ว่าทางราชันย์ชะเสียเปรียบเรื่องจำนวนผู้เล่นอย่างมากเลยก็ตาม                 สุดท้ายแล้วทางรีลมาดริดก็คงจะต้องหาทางเอาตัวรอดไปก่อน หลังจากที่พวกเขาขาดขุมกำลังสำคัญไปมากในเกมที่เจอกับลิเวอร์พูล แต่สุดท้ายตัวเองก็ยังสามารถเข้ารอบฟุตบอลยูฟ่าแชมเปี้ยนลีกได้ ส่วนทางด้านนักเตะของพวกเขาคงจะต้องภาวนาให้ไม่มีใครติดโควิดเหมือนกันนั่นเอง สามารถติดตามข่าวสารเรื่องราว ฟุตบอลนอกประเทศ และในประเทศ ข่าวบอลไทยลีก เพิ่มเติมได้ที่เว็ปไซต์ของเรา และเรายังมีสิ่งดีๆ สำหรับคนชอบความสนุก ตื่นเต้น กับการเดิมพันออนไลน์ sbo-premier เข้าไปร่วมสนุกกันได้ กับเครื่องเล่นมากมาย “มูรินโญ่” เล็งดึงอดีตศิษย์รักกลับมาร่วมงาน “ไก่เดือยทอง” ปารีส แซงต์-แชร์กแมง อาจดึง “ซาลาห์”Continue Reading

รีลมาดริด

                หลังจากที่ รีลมาดริด ทำผลงานได้สำเร็จในรายการยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกรอบแปดทีมสุดท้ายช่วงเลกแรกที่พวกเขากุมความได้เปรียบจากการเอาชนะลิเวอร์พูลไปได้ถึง 3-1 จนกระทั่งทางนักเตะที่ทำประตูในเกมนี้อย่าง Vinicius Junior ได้ออกมาแสดงความเห็นต่อคีย์แมนของพวกเขาอย่าง Tony Kross ว่าเป็นผู้เล่นที่ไม่มีใครเหมือนและเขาเป็นคนที่เปิดบอลมาให้ปีกชาวบราซิลคนนี้ทำประตูไปได้ ซึ่งนับว่าขัดกับกระแสนักวิจารณ์ที่มองว่านักเตะชาวเยอรมันที่อายุ 31 ปีไม่น่าจะมีผลกับทีมคนหนุ่มของหงส์แดงได้นั่นเอง ตามที่ “Vinicius” ได้กล่าวไว้หลังเกมฟุตบอลยุโรปของ รีลมาดริด นั้น                 เจ้าตัวมองว่า Tony Kross ยังเป็นสุดยอดนักเตะอยู่และไม่มีใครจะเล่นฟุตบอลได้แบบเขาแน่นอน เพราะคลาสของดาวเตะเยอรมันอยู่เหนือกว่าคนอื่น ซึ่งคนอื่น ๆ นอกสนามก็คงจะคิดแบบนี้เช่นกัน ส่วนผลงานในแมตช์กับลิเวอร์พูลนั้นก็จะเป็นค่ำคืนที่เขาจดจำมากที่สุด เนื่องจากเขาสามารถยิงได้ถึงสองประตูเป็นครั้งแรกในฐานะนักเตะของราชันย์ชุดขาว อีกทั้งมันยังเป็นความฝันของดาวเตะชาวบราซิลเสมอที่ได้ลงเล่นในฐานะนักเตะของทีมอีกด้วย                 ส่วนทางรีลมาดริดเองก็คงจะเบาใจไปไม่น้อยที่สามารถเอาชนะลิเวอร์พูลที่หลายคนมองว่า เหนือว่าในเวลานี้ไปได้ถึง 3-1 แม้ว่าพวกเขาจะยังเหลืออีกเกมที่ต้องเดินทางไปเล่นถึงสนามแอนฟิลด์ที่ประเทศอังกฤษก็ตาม ซึ่งทีมดังจากลาลีกาสเปนก็ยังมีเรื่องที่น่าปวดหัว เนื่องจากกองหลังตัวหลักของพวกเขาอย่าง Sergio Ramos กับ Raphael Varane ต่างหมดโอกาสลงสนามให้กับทีม แต่ทว่าเจ้าของสถิติแชมป์ยุโรปมากที่สุดตลอดกาลก็ยังสามารถถือแต้มต่อกับหงส์แดงได้                 ต้องบอกว่า คลาสของนักเตะในทีมรีลมาดริดยังคงเก๋าเกมอยู่เหมือนเดิม  ไม่ว่าจะเป็นทางContinue Reading

                กลายเป็นความกลัวที่อาจจะเกิดขึ้นจริงของตำนานอย่าง เจมี่ คาราเกอร์ ก็ว่าได้ เมื่อทางอดีตกองหลังของลิเวอร์พูลได้ออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับนักเตะคนสำคัญของทีมอย่าง โมฮัมเม็ด ซาลาห์ อาจจะต้องการเดินออกจากทีมไปในช่วงที่เจ้าตัวยังอยู่ในจุดพีคของอาชีพเลยทีเดียว ซึ่งทีมที่น่าจะต้องการเขาอยู่ก็คงหนีไม่พ้นยักษ์ใหญ่จากลาลีกาสเปนอย่างรีลมาดริดหรือบาร์เซโลน่า โดยทีมใดทีมหนึ่งอาจจะยอมทุ่มเงินมากกว่า 100 ล้านปอนด์จนสามารถดึงตัวนักเตะชาวอียิปต์คนนี้ไปร่วมทีมนั่นเอง ส่วนหนึ่งที่ “เจมี่ คาราเกอร์” เริ่มกังวลก็เพราะว่าทาง “โมฮัมเม็ด ซาลาห์” ไม่ได้ปิดกั้นเรื่องอนาคตของตัวเอง                 ซึ่งอาจเป็นที่เข้าใจได้เพราะเจ้าตัวประสบความสำเร็จกับทีมลิเวอร์พูลมาหมดแล้วทั้งแชมป์พรีเมียร์ลีก ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนส์ลีก ยูฟ่าซูเปอร์คัพหรือแชมป์สโมสรโลกอีกด้วย แม้ว่าปัจจุบันนักเตะวัย 28 ปีจะยังคงเป็นผู้เล่นตัวหลักของเกมรุกในทีมลิเวอร์พูลอยู่ก็ตาม อีกทั้งสามารถทำประตูไปได้มากถึง 111 ลูกจากการลงเล่นไปมากกว่า 178 นัดเท่านั้น แต่เขาอาจจะเลือกไปหาความท้าทายใหม่ในอนาคตได้เช่นกัน                 ตามคำพูดของตำนานลิเวอร์พูลนั้น เขาเชื่อว่าโม ซาลาห์น่าจะเป็นนักเตะคนหนึ่งเลยที่น่าจะต้องการไปลงเล่นให้กับยักษ์ใหญ่แห่งลาลีกาสเปนสักทีม ไม่ว่าจะเป็นรีลมาดริดหรือบาร์เซโลน่า ซึ่งผู้เล่นอย่างเอเดน อาซาร์ก็เคยต้องการจะย้ายไปอยู่ทีมราชันย์ชุดขาวสักครั้งหนึ่ง จนกระทั่งเจ้าตัวได้ย้ายไปร่วมทีมขึ้นมาจริงๆ อย่างที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน รวมถึงนักเตะส่วนใหญ่ทั่วโลกก็มักจะมีความฝันว่าจะย้ายทีมไปอยู่กับยักษ์ใหญ่ในยุโรปสักครั้งอีกด้วย                 ถือว่าไม่ผิดไปจากที่หลายคนคิดกันมากนัก เมื่อทางโมฮัมเม็ด ซาลาห์เองก็มีข่าวออกมาอยู่ตลอดว่าตัวเขาอาจย้ายไปเล่นกับทีมใหญ่ในอนาคตนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นทีมในลาลีกาสเปนหรืออาจจะมีทีมอื่นๆ อย่างปารีส แซงต์Continue Reading