นับตั้งแต่ ฟิลิเป้ คูติญโญ่ ตัดสินใจเก็บข้าวของออกจากรั้วแอนฟิลด์ไปร่วมทัพบาร์เซโลน่า ในช่วงตลาดซื้อขายเดือนมกราคมปี 2018 ด้วยค่าตัวกว่า 142 ล้านปอนด์ ผลงานก็ดิ่งลงเหวเรื่อยๆ ในฤดูกาลนี้เจ้าตัวถูกปล่อยให้ บาเยิร์น มิวนิค ทีมดังจากเยอรมันยืมตัวไปใช้งาน แต่คูตี้ ก็ทำผลงานได้แบบธรรมดาเอามากๆ ดูแล้วเสือใต้ ไม่น่าจะซื้อขาด ทำให้บาร์เซโลน่า พร้อมขายขาดทุน เพื่อโละออกจากทีม ด้วยค่าตัวราว 70 ล้านปอนด์ เท่านั้น ทำให้สโมสรจากเกาะอังกฤษตาลุกกันเป็นแถว ซึ่งนี่คือสโมสรจากพรีเมียร์ลีก ที่มีโอกาสสูงที่สุด ที่จะได้ตัวเขาไปร่วมทัพ     ท็อตเทนแน่ม ฮอตสเปอร์ – แน่นอนว่าตอนสถาการณ์ของเจโซ่ มูริญโญ่ ในการคุมทัพไก่เดือยทอง ถือว่าไม่ค่อยปลอดภัยเท่าไรนัก หลังจากทำผลงานได้อย่างย่ำแย่ในช่วงหลัง จนถูกวิพากษ์วิจารณ์มากมาย ทำให้น้ามู จำเป็นต้องเร่งหาเพลย์เมคเกอร์ คนใหม่เข้ามาสร้างสรรค์เกมรุกของทีมให้ดียิ่งขึ้น หลังเพิ่งเสีย คริสเตียน อีเรคเซ่น ให้กับอินเตอร์ มิลานไป ซึ่งตัวของฟิลิเป้ คูติญโญ่Continue Reading

ซาเมียร์ นาสรี่ ได้รับการยกย่องจากสื่อในบ้านเกิดว่าเขาว่านี่ จะกลายเป็นซีนาดีน ซีดาน คนต่อไป แต่น่าเสียดายที่ความจริงแล้ว มันไม่ได้ใกล้เคียงเลยแม้แต่น้อย เพราะถึงแม้เจ้าตัวจะฝีเท้าที่ยอดเยี่ยม หาตัวจับได้ยาก และน่าจะประสบความสำเร็จได้อย่างไม่ยากเย็นนัก แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้ชีวิตการค้าแข้งของเจ้าตัวพังพินาศลง ก็คือนิสัยส่วนตัวนั่นเอง และวันนี้เราจะมาดูกัน ว่าเพราะอะไรบ้าง ซาเมียร์ นาสรี่ กลับไปไม่สุดในวงการลูกหนังซะที     ขาดความเคารพต่อนักเตะระดับซีเนียร์ภายในทีม – ในช่วงที่ซาเมียร์ นาสรี่ ได้ขยับขึ้นมาเล่นในทีมชาติชุดใหญ่ของฝรั่งเศสเป็นช่วงแรกๆ แทนที่จะแสดงความเคารพต่อรุ่นพี่ในทีมชาติ แต่เจ้าตัวกลับวางตัวอย่างไม่เหมาะสม ยิ่งพอย้ายไปอยู่กับอาร์เซน่อล นาสรี่ คิดว่าตนเองนั้นเป็นซูเปอร์สตาร์ ไม่ใช่ดาวรุ่งพุ่งแรงในวงการลูกหนังอีกต่อไป จนรุ่นพี่ในแคมป์ทีมชาติหลายรายเอือมระอา โดยเฉพาะวิลเลี่ยม กัลลาส รุ่นพี่ทั้งในนามทีมชาติและสโมสร ที่ทะเลาะกันอย่างรุนแรง ถึงขั้นที่จะว่าจะมีการวางมวยกันเลยทีเดียว       ยอมหักไม่ยอมงอ หากไม่พอใจใคร – จากวีรกรรมที่ซาเมียร์ นาสรี่ ขาดความเคารพนักเตะรุ่นพี่ในทีมชาติ ทำให้เพื่อนร่วมทีมรายอื่นๆที่เป็นเหล่าดาวรุ่ง เช่นเดียวกันกับเขา เริ่มที่จะทำตามบ้าง โดยมีซาร์เมียร์Continue Reading

หลังจากการเลื่อนโปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลออกไป เนื่องจากการปัญหาการแพร่ระบาดไวรัสมรณะ COVID-19 ทำให้มีบรรดาเฟคนิวส์หรือข่าวปลอมถูกปล่อยออกมาเต็มไปหมด โดยเฉพาะในอย่างยิ่งในยุคโซเซี่ยลอย่างนี้ ทำให้ข่าวปลอมเหล่านี้ทำได้ง่าย และแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ จนว่อนไปหมด โดยในเราวันนี้เราจะรวบรวมบรรดาข่าวปลอมต่างๆของวงการฟุตบอล ที่กำลังระบาดอย่างหนักไม่แพ้ไวรัส COVID-19 มาฝากท่านผู้อ่านกันครับ     เรื่องที่ 1 คริสเตียโน โรนัลโด้ เปลี่ยนโรงแรมเป็นโรงพยาบาลรักษา COVID-19 – เป็นอีกข่าวที่มีแฟนบอลหลงเชื่อเป็นอย่างมากว่า หลังมีข่าวออกมาว่า คริสเตียโน โรนัลโด้ ซูเปอร์สตาร์ชาวโปรตุเกส จัดการเนรมิตโรงแรมในบ้านเกิดของเขาให้กลายเป็นโรงพยาบาลชั่วคราว เพื่อรักษาผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัส COVID-19 แบบไม่คิดเงินแม้แต่บาทเดียว โดยค่าใช้จ่ายทุกอย่างเจ้าตัวจะเป็นคนรับผิดชอบ ซึ่งข่าวนี้ดูจะน่าเชื่อถือไม่ใช่น้อย เพราะบรรดาสื่อชื่อดังหลายเจ้า ต่างพากันประโคมข่าวนี้ออกมาอย่างไม่ขาดสาย แต่แท้ที่จริงแล้ว ข่าวนี้เป็นข่าวปลอม โรนัลโด้ ไม่ได้เปลี่ยนโรงแรมเป็นโรงพยาบาลแต่อย่างใด และบรรดาสื่อที่ลงข่าวนี้ ก็ต่างทยอยลบออกไปจนจะหมดแล้ว       เรื่องที่ 2 เปาโล ดิบาล่า ติดเชื้อไวรัส COVID-19 –Continue Reading

จบลงไปเรียบร้อยแล้วในนัดสุดท้ายสำหรับ ‘ศึกชิงเจ้ายุโรป’ กับรายการ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้ายหลังจากที่ฤดูกาลนี้มีการแข่งเป็นที่ดุเดือดเผ็ดมันกว่าฤดูกาลใด ๆ ที่ผ่านมา เนื่องจากมีการทำสถิติใหม่เกิดขึ้น คือมีการเปิดเผยว่า ฤดูกาลนี้ เป็นฤดูกาลที่มีการยิงประตูรวมกันมากที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลถ้วยบิ๊กเอียร์ถึง 308 ลูกด้วยกันและสุดท้ายนี้ ก็ได้บทสรุป สำหรับทีมที่ผ่านเข้ารอบต่อไปทั้งหมดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยจะมีการจับฉลากในวันที่ 16 ธันวาคมนี้ และจะเริ่มเตะในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ในปีหน้าที่จะถึงนี้ โดยมีรายชื่อสโมสรผู้ท้าชิงดังรายนามต่อไปนี้   ผู้เข้ารอบในฐานะแชมป์กลุ่ม บาร์เซโลน่า, บาเยิร์น มิวนิค, ยูเวนตุส, ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, ปารีส แซงต์-แชร์กแมง, แอร์เบ ไลป์ซิก, บาเลนเซีย   ผู้เข้ารอบในฐานะรองแชมป์กลุ่ม อตาลันต้า, แอตเลติโก้ มาดริด, โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์, เชลซี, ลียง, นาโปลี, เรอัลContinue Reading

          “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล หยุดสถิติฟอร์มบู่ ไม่ชนะติดต่อกันไว้ที่ 9 นัด หลังจากพลิกกลับมาเอาชนะ “ขุนค้อน”เวสต์แฮม ยูไนเต็ดได้ 3-1 นับเป็นครั้งแรกในรอบ 8 ปีเลยทีเดียวที่ปืนใหญ่ ตามหลังคู่แข่งหลังจบครึ่งแรก แล้วสามารถกลับมาแซงคว้าชัยได้ในเกมเยือนพรีเมียร์ลีกครั้งล่าสุดต้องย้อนไปเมื่อเดือนตุลาคมในปี 2011 ที่บุกไปเอาชนะ เชลซี 5-3 โดยผู้ทำประตูตีไข่แตก เรียกความความหวังให้กับอาร์เซนอล ก็คือ “กาเบรียล มาร์ติเนลลี” กับวัย 18 ปี 174 วัน ถือเป็นผู้เล่นที่มีอายุน้อยสุดที่ยิงประตูให้ อาร์เซนอล ได้ในเกมประเดิมสนามลงตัวจริงในพรีเมียร์ลีกนัดแรกของตัวเอง และเป็นอันดับที่ 4 ในสโมสร อาร์เซนอล โดยเป็นรองแค่ เชส ฟาเบรกาส, แซร์จ นาบรี และ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลนContinue Reading